logo

คำถามเกี่ยวกับยา

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล

เรื่อง : ฟลูออโรยูราซิล (Fluorouracil)

ยาฟลูออโรยูราซิลมีสรรพคุณใช้เพื่อรักษามะเร็งดังต่อไปนี้เช่น

  • มะเร็งเต้านม (Breast Cancer)
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่รวมลำไส้ใหญ่ส่วนลำไส้ตรงด้วย (Colonrectal Cancer)
  • มะเร็งตับอ่อน (Pancreatic Cancer)
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric Cancer)

ยาฟลูออโรยูราซิลอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ เช่น ไม่อยากอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อยล้า อ่อนแรง มึนงง ปวดศีรษะ ผมร่วง ผิวแห้ง ผิวแตกเป็นแผล ตามีน้ำตามากหรือมีตาไวต่อแสงมากกว่าปกติ มีอาการบวม แดง หรือเจ็บบริเวณที่ฉีดยานี้

ยาฟลูออโรยูราซิลอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรง เช่น ท้องเสียมาก มีแผลในปาก การมองเห็นเปลี่ยนไป มือและเท้าบวมแดงหรือลอก อาจมีอาการเหมือนติดเชื้อ เช่น มีไข้ เจ็บคอ อาจมีมีเลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นสีน้ำตาลหรือมีเลือดปน/อาเจียนเป็นเลือด มีจ้ำห้อเลือดขึ้นตามผิวหนัง ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือมีเลือดปน/ปัสสาวะเป็นเลือด อุจจาระเหนียวและมีสีดำเข้มหรือมีเลือดปน/อุจจาระเป็นเลือด หรือผู้ป่วยอาจเกิดการแพ้ยาหลังได้รับยานี้ เช่น มีผื่นคันขึ้นตามตัว ริมฝีปากและหนังตาบวม หายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก

  • เลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนนุ่มและควรบ้วนปากเป็นประจำด้วยน้ำเกลือโรงพยาบาล (Normal saline) หรือน้ำสะอาดโดยเฉพาะทุกครั้งหลังการบริโภค
  • รับประทานอาหารอ่อนที่มีใยอาหารสูง
  • หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่กลางแดดหรือที่ที่มีแสงแดดจ้า สวมแว่นตาดำ/แว่นกันแดด เมื่อต้องไปในที่ที่มีแสงสว่างจ้า
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ เช่น อาหารที่มีรสจัด และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในหญิงที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยหญิงควรปรึกษาแพทย์เพื่อใช้การคุมกำเนิดที่เหมาะสมในระหว่างการใช้ยานี้และยังคงต้องคุมกำเนิดต่อเนื่องหลังการใช้ยานี้แล้วอย่างน้อยอีก 6 เดือน
  • ผู้ป่วยชายที่กำลังใช้ยานี้ควรได้รับการคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยชายและไม่ควรพยายามมีบุตรในระหว่างการใช้ยานี้และหลังการใช้ยาไปแล้วอีก 6 เดือน
  • เอนไซม์ไดไฮโดรไพริมิดีนดีไฮโดรจิเนส (Dihydropyrimidine Dehydrogenase; DPD) จากตับมีความสำคัญในฐานะที่ช่วยเมทาบอไลต์ (Metabolite)/ช่วยในกระบวนการเปลี่ยนรูปและกำจัดยาฟลูออโรยูราซิลออกนอกร่างกาย หากเคยมีประวัติว่ามี DPD ต่ำกว่าปกติ/มีโรคตับ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เนื่องจากผู้ป่วยอาจเกิดการสะสมของยานี้ในร่างกายสูงมากจนมีโอกาสได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรงจากยานี้มากกว่าคนปกติ
  • ยาฟลูออโรยูราซิลจะทำให้กระบวนการสมานแผล/แผลหายช้าลง ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดใดๆ ควรแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบถึงการใช้ยานี้ก่อนการนัดผ่าตัด/หัตถการทางทันตกรรม
  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนเชื้อเป็น (Live Vaccines)/วัคซีนที่ประกอบด้วยเชื้อที่มีชีวิตอยู่ขณะได้รับยานี้ เช่น วัคซีนโรคหัด (Measles) วัคซีนโรคหัดเยอรมัน (Mumps) และวัคซีนโรคคางทูม (Rubella) เพราะอาจติดโรคจากวัคซีนได้ เพราะยานี้ทำให้ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของผู้ป่วยต่ำลง
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยานี้จะทำให้ระดับเม็ดเลือดขาว/ระดับเซลล์ภูมิคุ้มกันโรคต่ำ ผู้ป่วยจึงควรได้รับการตรวจวัดระดับเซลล์เม็ดเลือดขาวอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง
  • ระมัดระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคตับ และโรคไต เพราะยานี้จะทำให้อาการโรคเหล่านี้รุนแรงขึ้น

ก. หลีกเลี่ยงการใช้ยาต่อไปนี้ร่วมกับยาฟลูออโรยูราซิล

  • วัคซีนเชื้อเป็น (Live Vaccines) เนื่องจากผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคที่ต่ำกว่าปกติขณะได้รับยานี้ ผู้ป่วยจึงมีความเสี่ยงเกิดการติดเชื้อจากวัคซีนเชื้อเป็นได้
  • ยาโคลซาพีน (Clozapine) เนื่องจากจะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากยาฟลูออโรยูราซิลที่รุนแรงขึ้นเช่น ระดับเม็ดเลือดขาวต่ำมาก
  • ยาที่มีฤทธิ์ในการกดภูมิต้านทาน เช่น ยาไพมิโครไลมัส (Pimecrolimus) ยาทาโครไลมัส (Tacrolimus) เนื่องจากผู้ที่ใช้ยาฟลูออโรยูราซิลจะมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าปกติอยู่แล้ว จึงไม่ควรได้รับยาอื่นที่อาจทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงไปอีก

ข. ยาฟลูออโรยูราซิลอาจทำให้ความเข้มข้นของยาบางชนิดในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น เช่น

  • ยาลดความดันโลหิต: เช่น ยาคาร์วิไดลอล (Carvedilol)
  • ยาต้านชัก: เช่น ยาฟอสฟีไนทอยด์ (Fosphenytoin) ยาฟีไนทอยด์ (Phenytoin) ยาลาโคซาไมด์ (Lacosamide)
  • ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่เสตียรอยด์: เช่น ยาไดโคลฟีแนก (Diclofenac)
  • ยารักษาโรคข้อรูมาตอยด์: เช่น ยาลีฟลูโนไมด์ (Leflunomide)
  • ยาบรรเทาอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ในหญิงวัยหมดประจำเดือน: เช่น ยาออสพีมิพีน (Ospemifene)

ค. ยาบางชนิดอาจทำให้ระดับความเข้มข้นของยาฟลูออโรยูราซิลในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น เช่น

  • ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร: เช่น ยาไซเมทิดีน (Cimetidine)
  • ยารักษาโรคกระดูกพรุน: เช่น ยาดีโนซูแมบ (Denosumab)
  • อนุพันธุ์ของยากรดโฟลิก: ลิวโคโวริน (Leucovorin)
  • ยาฆ่าเชื้อ: เช่น ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole)
  • ยากดภูมิคุ้มกันฯ: ยาทาโครไลมัส (Tacrolimus)

ง. ยาฟลูออโรยูราซิลอาจทำให้ระดับของยาบางชนิดลดลง ซึ่งอาจทำให้ยาที่ใช้ร่วมกับยาฟลูออโรยูราซิลไม่เกิดประสิทธิผลหรือไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การใช้ยา 2 ชนิดร่วมกันอาจต้องมีการประเมินประสิทธิภาพของยาเหล่านั้นเช่น

  • วัคซีนบีซีจี/BCG และวัคซีนเชื้อเป็น (Live Vaccines) ชนิดต่างๆ
  • ยาที่มีฤทธิ์ต้านวิตามินเค (Vitamin K Antagonists) เช่น ยาวาร์ฟาริน (Warfarin)